รีวิวกาแฟไทยน่าลอง 4 สไตล์เด่น ดื่มง่าย คาแรกเตอร์ชัด

1

ถ้าช่วงนี้คุณกำลังมองหากาแฟถุงใหม่ไว้ชงที่บ้าน บอกเลยว่านี่เป็นเวลาที่สนุกมาก เพราะ เมล็ดกาแฟไทย พัฒนาไปไกลกว่าภาพจำเดิมเยอะ ทั้งเรื่องความสะอาดของโปรไฟล์ กลิ่นรสที่ซับซ้อนขึ้น และการคั่วที่เข้าใจคนดื่มจริงมากขึ้น ไม่ว่าคุณจะชอบเอสเปรสโซเข้ม ๆ หรือกาแฟดริปที่มีปลายหวานใส ตอนนี้กาแฟจากแหล่งปลูกในไทยมีตัวเลือกที่น่าลองแทบทุกแนว

รีวิวกาแฟไทยน่าลอง 4 สไตล์เด่น ดื่มง่าย คาแรกเตอร์ชัด

สิ่งที่น่าสนใจคือเราไม่ได้พูดถึงแค่ความภูมิใจในของท้องถิ่น แต่พูดถึงคุณภาพที่แข่งขันได้จริง หลายโรงคั่วเริ่มทำงานละเอียดขึ้นตั้งแต่การคัดเชอร์รี การโปรเซส ไปจนถึงการออกแบบระดับคั่วให้เหมาะกับการชงแต่ละแบบ เพราะฉะนั้นบทความนี้จะไม่ได้พาไล่รายชื่อแบบกว้าง ๆ แต่จะรีวิวให้เห็นว่า กาแฟไทยสไตล์ไหนเหมาะกับใคร และเลือกยังไงไม่ให้ซื้อมาแล้วรสไม่ตรงใจ

ทำไมกาแฟไทยช่วงนี้ถึงน่าซื้อกว่าเดิม

เหตุผลไม่ได้มีแค่กระแสคาเฟ่หรือความนิยมของกาแฟพิเศษเท่านั้น ข้อมูลจาก International Coffee Organization และหน่วยงานเกษตรของไทยในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา สะท้อนทิศทางเดียวกันว่า การบริโภคกาแฟคุณภาพดีในประเทศโตต่อเนื่อง ขณะเดียวกันฝั่งผู้ผลิตก็เริ่มจริงจังกับการพัฒนาแหล่งปลูกมากขึ้น ผลคือ เมล็ดกาแฟไทย วันนี้มีความนิ่งและอ่านคาแรกเตอร์ได้ชัดกว่าสมัยก่อน

  • แหล่งปลูกชัดขึ้น เช่น เชียงราย เชียงใหม่ น่าน ระนอง ชุมพร แต่ละพื้นที่ให้โทนรสไม่เหมือนกัน
  • โปรเซสหลากหลายขึ้น ไม่ได้มีแค่ washed แต่มี honey และ natural ให้เลือกตามสไตล์ที่ชอบ
  • โรงคั่วเก่งขึ้น หลายเจ้าออกแบบโปรไฟล์คั่วสำหรับดริปและเอสเปรสโซแยกกันชัดเจน
  • ราคายังจับต้องได้ เมื่อเทียบกับเมล็ดนำเข้าบางประเทศ คุณภาพต่อราคาถือว่าน่าสนใจมาก

ก่อนซื้อ ควรอ่านฉลากอะไรบ้าง

หลายคนบอกว่าซื้อกาแฟจากคำว่า หอม นุ่ม ละมุน แล้วจบ แต่ถ้าอยากเลือกให้ตรงจริง ฉลากคือเพื่อนที่ดีที่สุด โดยเฉพาะเวลาซื้อ เมล็ดกาแฟไทย จากโรงคั่วเล็กที่ตั้งใจทำของดี รายละเอียดเล็ก ๆ บนถุงมักบอกอนาคตในแก้วได้มากกว่าคำโฆษณา

  • สายพันธุ์ อาราบิก้ามักให้ความเปรี้ยวหวานและกลิ่นซับซ้อน ส่วนโรบัสต้าจะหนักแน่น บอดี้ดี คาเฟอีนสูง
  • โปรเซส Washed สะอาดคม, honey หวานนุ่ม, natural กลิ่นผลไม้ชัดกว่า
  • ระดับคั่ว คั่วอ่อนถึงกลางเหมาะกับการดริปและอยากชิมต้นทาง คั่วกลางเข้มถึงเข้มเหมาะกับนมและเอสเปรสโซ
  • วันคั่ว ถ้าจะชงเอสเปรสโซ มักอร่อยหลังคั่วประมาณ 7-21 วัน ส่วนดริปหลายตัวเริ่มเปิดกลิ่นดีหลังพักไม่นาน

รีวิว 4 สไตล์ที่น่าลอง ถ้าอยากเริ่มกับกาแฟไทยแบบไม่สุ่ม

1) อาราบิก้า Washed จากพื้นที่สูง สำหรับคนชอบแก้วสะอาดและจบคม

ถ้าคุณชอบกาแฟที่ดื่มแล้วรู้สึกชัดเป็นชั้น ๆ สไตล์นี้น่าเริ่มที่สุด โดยเฉพาะเมล็ดจากเชียงรายหรือดอยสูงในเชียงใหม่ จุดเด่นคือกลิ่นคล้ายส้ม ดอกไม้บาง ๆ และปลายโกโก้เบา ๆ เวลาชงดี ๆ จะให้ความรู้สึกสะอาด ไม่หนักลิ้น เหมาะมากกับดริป V60 หรือ Origami ข้อดีคือดื่มง่ายทุกเช้า ข้อควรระวังคือถ้าคั่วอ่อนเกินไปและบดไม่พอดี อาจออกเปรี้ยวโดดได้ง่าย สำหรับคนที่อยากเห็นศักยภาพของ เมล็ดกาแฟไทย แบบชัด ๆ นี่คือถุงแรกที่ควรลอง

2) Honey Process สำหรับคนอยากได้ความหวานนุ่มแบบไม่ซับซ้อนเกินไป

นี่คือสไตล์กลาง ๆ ที่เอาใจทั้งคนดริปและคนทำอเมริกาโน่ จุดเด่นอยู่ที่บาลานซ์ระหว่างความใสกับความหวานสัมผัส คุณจะได้โทนคล้ายผลไม้สุก น้ำผึ้ง หรือคาราเมลอ่อน ๆ มากกว่า washed แต่ยังไม่ฟุ้งจัดแบบ natural เหมาะกับคนที่เพิ่งเริ่มสนใจ เมล็ดกาแฟไทย และยังไม่แน่ใจว่าชอบสายผลไม้มากแค่ไหน ถ้าชงกับน้ำอุณหภูมิไม่สูงเกินไป รสหวานจะเด่นขึ้นอย่างชัดเจน และมักเป็นสไตล์ที่ดื่มซ้ำได้เรื่อยโดยไม่เบื่อง่าย

3) Natural Process สำหรับคนชอบกลิ่นชัด จำง่าย และมีความสนุกในแก้ว

ถ้าคุณเคยดื่มกาแฟแล้วได้กลิ่นคล้ายเบอร์รี องุ่น หรือผลไม้แห้ง แล้วรู้สึกว่าใช่เลย สาย natural น่าจะเข้าทางที่สุด เมล็ดจากน่านหรือล็อตทดลองจากภาคเหนือหลายเจ้าทำออกมาได้น่าสนใจมาก สไตล์นี้ให้บุคลิกเด่น อ่านง่าย และเหมาะกับการดริปมากกว่าเอสเปรสโซสำหรับมือใหม่ แต่ต้องยอมรับว่ามันไม่ใช่กาแฟที่ทุกคนจะชอบทันที เพราะถ้าทำโปรเซสไม่เนี้ยบอาจมีโทนหมักหรือกลิ่นหนักเกินได้ เลือกจากโรงคั่วที่ระบุ tasting note ชัดและคั่วไม่ทึบ จะช่วยให้เจอด้านสนุกของ เมล็ดกาแฟไทย ได้เต็มที่

4) Fine Robusta จากภาคใต้ สำหรับคนชอบความเข้ม หนา และเข้ากับนมดีมาก

ใครที่ยังมองว่าโรบัสต้าคือกาแฟขมจัดอย่างเดียว อาจต้องเปิดใจใหม่ เพราะ fine robusta จากระนองหรือชุมพรหลายล็อตให้โทนดาร์กช็อกโกแลต ถั่วคั่ว เครื่องเทศอ่อน ๆ และครีมมี่บอดี้ที่ชัดมาก จุดแข็งคือชงเอสเปรสโซขึ้นง่าย ทำลาเต้หรือกาแฟเย็นแล้วรสไม่หายไปกับนม แถมราคามักคุ้มกว่าอาราบิก้าบางตัว ถ้าคุณเป็นสายดื่มทุกวันและอยากได้ความแน่นแบบไม่ต้องจ่ายแรง สไตล์นี้คือม้ามืดของวงการ เมล็ดกาแฟไทย ที่หลายคนลองแล้วซื้อซ้ำ

แล้วควรเลือกแบบไหนให้เข้ากับนิสัยการดื่มของตัวเอง

  • ชอบดริปใส ๆ กลิ่นชัด เลือก washed
  • อยากได้หวานนุ่ม ดื่มง่ายทุกวัน เลือก honey
  • ชอบความฟรุ้ตตี้และคาแรกเตอร์เด่น เลือก natural
  • ดื่มกับนมบ่อย ชอบเข้มแน่น เลือก fine robusta

คำแนะนำง่ายที่สุดคือ อย่าซื้อจากระดับคั่วอย่างเดียว ให้ดูวิธีชงที่บ้านของคุณด้วย ถ้ามีเครื่องเอสเปรสโซและดื่มกับนมเป็นหลัก อย่าไปคาดหวังว่าคั่วอ่อนฟรุ้ตตี้จะตอบโจทย์เสมอ ในทางกลับกัน ถ้าคุณดริปเป็นประจำ การเลือกกาแฟคั่วเข้มมากก็อาจทำให้พลาดรายละเอียดดี ๆ ไปโดยไม่จำเป็น

สรุป

เสน่ห์ของกาแฟไทยวันนี้อยู่ตรงความหลากหลาย ไม่ใช่แค่คำว่าอุดหนุนของไทย แต่คือการที่เรามีตัวเลือกดีพอจะเลือกตามรสนิยมได้จริง ถ้าจะเริ่มต้นแบบปลอดภัย ให้ลอง washed หรือ honey ก่อน แล้วค่อยขยับไป natural หรือ fine robusta ตามสไตล์ที่ชอบ สุดท้ายคำถามที่น่าสนใจกว่าการถามว่าแบรนด์ไหนดีที่สุด คือ คุณอยากให้แก้วต่อไปพาคุณไปทางไหน เพราะเมื่อเลือกถูก แก้วหนึ่งของ เมล็ดกาแฟไทย อาจทำให้คุณเลิกมองกาแฟไทยแบบเดิมไปเลย